|
ข่าวล่าสุด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2552 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และข่าวช่อง 3 , ช่อง 7 ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับร้านเหล้าปั่น ว่าปัจจุบัน มีการเปิดขายกันเป็นจำนวนมากในบริเวณรัศมีไม่เกิน 500 เมตร จากสถานศึกษา ซึ่งขัดต่อกฎหมายการจำหน่ายสุราอย่างยิ่ง ทำให้หลาย ๆ ร้านอาจต้องปิดบริการไป จากข่าวดังกล่าว มีสาขาต่าง ๆ ที่เคยเข้าอบรมกับเมาดีพ โทร.เข้าสอบถามข้อเท็จจริงกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ข่าวสารที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ฟังเค้าพูด ๆ กันมาอีกทีนึง เนื่องด้วยปิดร้านกันดึก ไม่เวลาได้ดูข่าวสารบ้านเมือง บ้างก็ถามว่า เค้าขายห้ามขายเหล้าปั่นแล้วเหรอ บ้างก็ถามว่า ขายเหล้าปั่น ตกลงปิดกฎหมายไหม หรือ จะมีคนมาสั่งปิดร้านเหล้าเหรอ หรือ ตำรวจจะมาจับเหรอ ถ้าขายเหล้าปั่น แล้วก็อีกสารพัดคำถาม......ที่เมาดีพ ก็ตอบตามความเป็นจริงดังนี้นะครับ เราขอชี้แจงข้อเท็จจริง ตามที่เราได้ดูข่าว และได้ Searh หาข้อมูลข่าวสารจากเว็ปไซด์หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แล้ว ปรากฎว่า มีผู้ต่อต้านกลุ่มหนึ่ง ต้องการให้ขจัดร้านเหล้าปั่น ซึ่งอยู่รอบ ๆ มหาวิทยาลัย โดยยื่นเรื่องต่อผู้ว่า กทม. ซึ่งท่านผู้ว่า กทม. ได้กล่าวว่า (ต่อไปเป็นคำพูดตามข่าว) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนเห็นด้วยกับการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และเห็นด้วยกับการเอาผิดร้านที่จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดขอบเขตหรือการจัดโซนนิ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อธุรกิจการค้า โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองอย่าง กทม.ที่ปฏิบัติจริงได้ยาก "การจัดโซนนิ่งเป็นการผลักภาระและฝากความหวังที่เลื่อนลอยสำหรับเขตเมือง ยกตัวอย่าง ม.ธรรมศาสตร์ หรือจุฬาฯ หากมีคำสั่งจัดโซนนิ่งก็จะวุ่นวายกันไปหมด ทั้งๆ ที่ปัญหาเรื่องการขายเหล้าให้เด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีนั้น มีต้นเหตุมาจากผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบไม่ทำหน้าที่ของตัวเองตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดจริงจังเท่าที่ควร ส่วน กทม.ก็ทำอะไรได้ไม่มากนอกจากเสนอแนะแนวทาง รณรงค์ ติดตามและประเมินผลการทำงาน แต่ไม่มีอำนาจดำเนินการจับ ปรับหรือปิดสถานบริการหรือร้านเหล้าได้ เหมือนเสือกระดาษตัวหนึ่งเท่านั้น" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวและว่า กทม.จะเสนอรัฐบาลให้ กทม.มีอำนาจเต็มในการดำเนินการจับ ปรับ และสั่งปิดสถานบริการหรือร้านเหล้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย นอกเหนือไปจากภารกิจด้านการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ สรุปได้คร่าว ๆ ก็คือ ผู้ใดที่เปิด หรือที่คิดจะเปิดร้านเหล้า จะขายเหล้าปั่น หรือเหล้าผสมโซดา หรือร้านเบียร์สด หรือร้านอะไรก็ตามที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อไปท่านจะต้องอยู่ภายใต้ พรบ.การควบคุมสุรา กล่าวคือ ท่านไม่สามารถเปิดร้านเหล้าได้ในรัศมี 500 เมตร จากสถานศึกษา และผู้เปิดร้านจะต้องมีใบอนุญาติการจำหน่ายสุราอย่างถูกต้อง ส่วนกฎหมายการบังคับห้ามขายเหล้าปั่นทั่วประเทศไทย นั้น กระทำได้ยาก เนื่องจาก เหล้าปั่น คือสุราชนิดหนึ่ง ที่จัดอยู่ในประเภทของค๊อกเทล ส่วนเบียร์ ไวน์และสุราอื่น ก็คือ สุราดีกรีสูง ซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างจากค๊อกเทล หรือเหล้าปั่นเลย ซ้ำยังมีดีกรีสูงกว่าค๊อกเทลและเหล้าปั่นมาก และการขอให้รัฐบาลออกกฎหมายบังคับการห้ามจำหน่ายเหล้าปั่น (ตามที่มีคนกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 กลุ่มเรียกร้อง) นั้นจะส่งกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านเหล้า(สุจริต) ซึ่งโดยกฎหมายไม่สามารถกระทำได้ เพียงแต่หากผู้ใดจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาติ ผู้นั้นจะมีความผิดตามพรบ.สุรา ได้ครับ ซึ่งการเรียนการผสมเครื่องดื่มค๊อกเทล ในหลาย ๆ สถาบัน ก็ได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ รวมทั้งผู้อบรมของเมาดีพก็รำเรียนการผสมเครื่องดื่มค๊อกเทลมาจากมหาวิทยาลัยของรัฐเช่นกัน เพราะฉะนั้น การต่อต้านจากคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง อาจทำให้รัฐบาลตัดสินใจเข้าข้างโดยทั้งหมดยากครับ เพราะกระทรวงศึกษาธิการก็รับรองให้กับโรงเรียนการสอนผสมเครื่องดื่มค๊อกเทลหลาย ๆ ที่ไปแล้ว อีกทั้งยังบรรจุอยู่ในการเรียนการสอนวิชาการโรงแรมอีกต่างหาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเมาดีพ ก็ร่ำเรียนวิชามาจากสถาบันเหล่านั้นเช่นกันครับ ถ้าจะปิดร้านเหล้า ก็ต้องปิดโรงเรียนค๊อกเทลที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการด้วยครับ เพราะคนเสียเงินเรียนมาแล้ว แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ครับ ดังนั้น ท่านสมาชิกที่เปิดร้าน ก็สบายใจได้แล้วครับว่า จะไม่มีใครมาสั่งปิดร้านท่านได้ เพราะท่านเปิดร้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาติจำหน่ายสุรา เปิดปิดตามเวลา และไม่จำหน่ายสุราให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ยกเว้นท่านสมาชิกที่เปิดร้านเหล้า ใกล้สถานศึกษา ในรัศมี 500 เมตร ก็ต้องระมัดระวังตัวนะครับ เพราะช่วงนี้มีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยอยู่ 2-3 กลุ่มเล็ก ๆ ที่ต้องการคัดค้าน และเรียกร้องให้รัฐบาล สั่งปิดร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัยอยู่นะครับ ขอให้โชคดีนะครับ...........เมาดีพ
แก้ไขโดย maodeep เมื่อ |